[Fic Ao no Exorcist] No Title #22

posted on 06 Jan 2012 21:01 by yokpatai
 
เป็นแนวเนื้อหาชายรักชายนะคะ รู้ตัวว่ารับไม่ได้ก็กรุณากดเครื่องหมายกากบาทสีแดงๆที่มุมขวาออกไป


---------------------------------------------------------------------------------------------------------
 

#22

“ยูกิโอะ…! ฉันกลับมา… แว้กกกก!!” เสียงโวยวายของคนที่เขาคุ้นเคยเหมือนดังมาจากที่ๆแสนไกลทำให้เด็กหนุ่มเผยอเปลือกตาที่หนักอึ้งของตัวเองขึ้นเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ

ชิมะขยับตัวของตัวเองเล็กน้อยพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองสองพี่น้องที่เหมือนกำลังทะเลาะกันย่อยๆ แล้วสาเหตุก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของเขาอีกตามเคย…

“ทำไมหมอนี่ถึงมาอยู่ที่นี่! แถมยังบนเตียงนายอีก” รินพูดพร้อมกับมองหน้าน้องชายอย่างเอาเรื่อง เขาได้ยินเสียงอาจารย์ของเขาถอนหายใจยาวพร้อมกับพูดอธิบายออกมาเรียบๆ

“เขาไม่สบายครับ…”

“แล้วทำไมนายจะต้องพากลับมาถึงห้องด้วยเล่า” น้ำเสียงที่เขาได้ยินแสดงออกมาถึงความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด ยูกิโอะส่ายหัวน้อยๆพร้อมกับเดินเลี่ยงร่างเล็กออกไปอีกทาง นัยน์ตาสีน้ำตาลหันไปมองร่างสูงเพราะเสียงปิดประตูที่ดังขึ้น นัยน์ตาสีฟ้าของร่างเล็กตวัดกลับมามองที่เขาพร้อมกับเลิกคิ้วเล็กน้อยแล้วก้าวเท้าเข้ามาหาก่อนจะนั่งลงบนเตียงข้างๆ

“อะไร?” คนผมชมพูเลิกคิ้วถามเล็กน้อย รินจ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างเซ็งๆก่อนจะไล้ปลายนิ้วลงบนหน้าของชิมะ เด็กหนุ่มหลับตาปี๋อย่างตกใจบวกกับพิษไข้ที่ยังคงทำให้เขารู้สึกปวดหัวจี๊ดๆอยู่เป็นระยะๆ ความร้อนที่เขารู้สึกได้ผ่านปลายนิ้วทำให้รินหรี่ตาลงมองอีกฝ่ายเล็กน้อย

“นายอ้อนหมอนั่นมางั้นสิ?”

“หา?” ชิมะลืมตาขึ้นมองอีกฝ่ายที่มองมาที่เขาด้วยสีหน้าไม่พอใจอย่างชัดเจน บรรยากาศในห้องที่มืดลงทำให้เขารู้ว่าหลังจากที่เขาผล็อยหลับไปเมื่อตอนนั้นก็ผ่านมาพอสมควรแล้ว แต่คนที่กำลังพูดจาหาเรื่องเขาอยู่นี่สิ…

“เชอะ ตอนแรกก็เห็นใจที่นายป่วยอยู่หรอกนะ แต่เอาข้ออ้างนั่นมาที่นี่นี่….” ร่างเล็กพูดด้วยน้ำเสียงดูแคลนทำเอาคนบนเตียงขมวดคิ้วมุ่นเล็กน้อย แต่อารมณ์เขาในตอนนี้ก็ไม่ได้อยากจะต่อปากต่อคำกับอีกฝ่ายนักหรอก

นั่นสินะ… บางที…. อาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้

ชิมะขยับมือของตัวเอง รู้สึกถึงของที่อยู่ในมือที่ร่างสูงเกือบจะเอามันคืนไปจากเขา อะไรกันเล่า… ก็นี่น่ะ ไม่เอาแล้วไม่ใช่เหรอ… จะมาทวงคืนอะไรตอนนี้ละ

แกรก…

เสียงเปิดประตูดังขึ้นอีกรอบเรียกให้คนทั้งสองในห้องหันหน้าไปมอง ยูกิโอะเดินกลับเข้ามาพร้อมกับกะละมังใบเดิมที่บรรจุน้ำมาครึ่งหนึ่ง ร่างสูงลากเก้าอี้ของตัวเองมาข้างๆเตียง ตั้งใจจะวางกะละมังใบนั้นลง รินเบ้ปากมองน้องชายตัวเองอย่างไม่พอใจก่อนจะลุกขึ้นพรวดแล้วยึดข้อมือของร่างสูงแน่น

“อะไรครับ?” ยูกิโอะเลิกคิ้ว แม้น้ำเสียงจะติดหงุดหงิดเล็กน้อยก็ตาม

“นายคิดจะทำอะไรน่ะ” แต่คนเป็นพี่ชายถามกลับด้วยน้ำเสียงที่หงุดหงิดยิ่งกว่า

“จะทำอะไร…. ก็เช็ดตัวให้ชิมะคุงน่ะสิ ผมจับดูเมื่อกี้ ตัวเขายังร้อนอยู่เลยนะ”

“แล้วมันเรื่องอะไรที่นายต้องทำแบบนั้นให้หมอนี่ด้วยเล่า เมื่อวานคนที่ไม่อยากให้หมอนั่นเดินกลับด้วยแล้วปล่อยให้ชิมะเดินตากฝนกลับนั่นมันไม่ใช่นายเรอะ” รินพูดกลับด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองพร้อมกับกอดอกนิ่ง ชิมะกับยูกิโอะเบิกตากว้างขึ้นอย่างตกใจกับคำพูดประโยคนั้น ก่อนร่างสูงจะขมวดคิ้วมุ่น

“ตกลงว่าผมเป็นคนผิดอย่างนั้นเหรอ? ตกลงพี่จะเข้าข้างเขาใช่ไหม?”

“ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น แต่ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมนายจะต้องดูแลหมอนั่นด้วย นายเป็นพยาบาลรึไงฮะ? หรือหมอนั่นจ้างนายให้มารักษา? ถ้าตัวเองตั้งใจจะให้เขาเป็นแบบนั้นก็อย่ามาทำดีด้วยสิ”

“ตกลงว่าพี่กำลังหงุดหงิดอะไรอยู่กันแน่”

“….” ชิมะมองสองพี่น้องที่เถียงกันไปมาด้วยความรู้สึกงงๆ นี่เขาควรจะดีใจหรือเสียใจกับคำพูดของสองพี่น้องคู่นี้ดีเนี่ย แล้วตกลงที่รินหงุดหงิดนี่มันเพราะอะไรกันแน่ โอ๊ย… พี่น้องคู่นี้นี่มัน…

“ฉันแค่จะบอกว่าถ้านายทำดีกับชิมะ หมอนี่มันก็ตัดใจจากนายไม่ได้น่ะสิ เพราะงั้นถ้าจะทำตัวโหดร้ายแบบเมื่อวานละก็ ทำให้มันเสมอต้นเสมอปลายสิฟะ เล่นมาใจอ่อนแบบนี้แล้วเมื่อไหร่หมอนั่นจะเลิกมีใจให้นายกันเล่า” รินพูดพลางคว้าข้อมือของร่างสูงอีกรอบ ยูกิโอะหันขวับมามองหน้าพี่ชายอย่างเซ็งๆพร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วสะบัดมือออก

“พี่… อย่าพาลสิ เรื่องนั้นมันไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้”

“ไม่เกี่ยว? ไม่เกี่ยวยังไงฮะ? นี่มันเกี่ยวเต็มๆเลยไม่ใช่เรอะ”

“เอ่อ… ถ้าพวกนายสองคนจะทะเลาะกันเรื่องฉันละก็…” ชิมะพูดแทรกขึ้นมาเมื่อรู้สึกว่าเรื่องราวมันมาถึงจุดที่เขาต้องพูดอะไรบ้างแล้ว

“เงียบนะ!” ทั้งสองคนหันกลับมาพูดตอกอย่างหัวเสียทำเอาคนผมชมพูต้องซุกหน้ากลับลงหมอนอีกรอบ

“….”  โอเค มันผ่านจุดที่เขาต้องพูดอะไรไปแล้วละ

“ตกลงพี่มีปัญหาอะไรกับผมกันแน่” ยูกิโอะพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นขึ้น มือข้างหนึ่งจับเก้าอี้ตัวเดิมที่เขาลากมาไว้ข้างๆพร้อมกับจ้องหน้ารินนิ่ง

“เปล่าซักหน่อย แค่อยากให้นายเลิกทำแบบนี้ได้แล้วก็เท่านั้น” รินพูดด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิดไม่แพ้กัน ถึงเขาจะไม่เข้าใจว่าทำไมต้องหงุดหงิดขนาดนั้นด้วยก็เถอะ

“เฮ้อ… ช่างเถอะ ผมจะทำอะไรก็เรื่องของผม มันไม่ได้เดือดร้อนพี่ซักหน่อย ชิมะคุงเขาป่วยอยู่นะ”

“…!!” รินกัดฟันกรอดก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าคอเสื้อของร่างสูงอย่างเผลอตัวทำเอายูกิโอะที่ไม่ทันตั้งตัวเซไปทำให้กะละมังที่อยู่ในมือคว่ำลง ส่งผลให้คนผมชมพูที่กำลังจะร้องห้ามโดนน้ำด้านในสาดเข้าไปเต็มๆ

“อะ….”

“…..” รินกับยูกิโอะหันกลับไปมองคนป่วยที่ตอนนี้ยันตัวขึ้นมานั่ง สภาพเปียกโชกเพราะน้ำที่อยู่ด้านในกะละมังเมื่อครู่

“เอ่อ…. ทะเลาะกันเสร็จรึยัง” ชิมะเหยียดยิ้มเครียดก่อนจะมองหน้าสองพี่น้องอย่างเอาเรื่อง รินกับยูกิโอะกรอกตามองกันและกันเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมามองคนที่อยู่บนเตียงอีกรอบ

“เสร็จแล้ว” ร่างเล็กคลี่ยิ้มหวาน พร้อมกับมองอีกฝ่ายที่อยู่ในสภาพเปียกโชกอย่างพึงพอใจ “แค่นี้ฉันก็รู้สึกดีขึ้นมาสุดๆแล้วแฮะ”

“อะ…!!”

“เฮ้ออออ” ร่างสูงถอนหายใจยาวก่อนจะมองตามแผ่นหลังของพี่ชายที่เดินไปที่ประตูแล้วหันมาพูดกับเขายิ้มๆ

“งั้นเดี๋ยวฉันไปทำข้าวเย็นก่อนนะ ดูแลคนป่วยให้ดีๆละ คุณพยาบาล”

“….” ใบหน้าคมขมวดคิ้วมุ่นพร้อมกับถอนหายใจออกมาอีกรอบหลังจากที่พี่ชายตัวดีของเขาเดินออกนอกห้องไป มือหนาหยิบผ้าแห้งที่เขาหยิบมาพร้อมกับกะละมังก่อนนี้โยนให้ชิมะ คนผมชมพูรับมันไว้ในมือก่อนจะมองตามร่างสูงแล้วถามยิ้มๆ

“อะไรกัน… จะไม่เช็ดให้ผมหน่อยเหรอครับ? ผมเป็นคนป่วยอยู่นะ”

“แขนคุณก็ไม่หักนี่ครับ? เช็ดเองสิ” ร่างสูงเลิกคิ้วพร้อมกับย่อตัวลงไปหยิบกะละมังที่คว่ำอยู่บนเตียง นัยน์ตาสีฟ้าเหลือบมองอีกฝ่ายที่หัวเราะรับเบาๆพร้อมกับใช้ผ้าที่ได้จากร่างสูงซับลงบนหน้าเบาๆ เสื้อเชิ้ตสีขาวแนบลงกับผิวเสื้อเพราะหยดน้ำ ยูกิโอะเบือนสายตาของตัวเองออกอย่างรวดเร็วก่อนจะลุกขึ้นพรวดจนร่างเล็กบนเตียงไหวตัวด้วยความตกใจน้อยๆ

“อะ… อะไรเหรอครับ อาจารย์?”

“เปล่าครับ…” ใบหน้าคมพูดพร้อมกับเสมองไปทางอื่นแล้วทำท่าจะก้าวเท้าออกจากตรงนั้น ชิมะเม้มริมฝีปากแน่นก่อนเด็กหนุ่มจะเอื้อมมือไปคว้าข้อมือของร่างสูง ยูกิโอะหันขวับกลับมามองร่างเล็กอย่างรวดเร็วพร้อมกับเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

“นี่… จะปล่อยผมไว้ทั้งๆแบบนี้เหรอครับ?”

“….ผมจะไปหยิบผ้าผืนใหม่มาให้” พูดพลางนัยน์ตาสีฟ้าเหลือบมองผ้าผืนเล็กที่ตอนนี้เปียกไปหมดแล้วเพราะคนบนเตียงใช้มันซับน้ำเท่าที่พอทำได้ ยูกิโอะรู้สึกถึงแรงบีบที่เพิ่มมากขึ้นก่อนนัยน์ตาคู่สวยหลังกรอบแว่นจะเหลือบไปมองมืออีกข้างที่กำที่ห้อยโทรศัพท์ที่เคยเป็นของเขาเอาไว้แน่น ก่อนเด็กหนุ่มจะพ่นลมหายใจออกมาน้อยๆแล้วก้มหน้าลงไปคุยกับอีกฝ่าย “นี่… นั่นน่ะ คุณไม่คิดจะคืนให้ผมจริงๆเหรอ?”

“….” คนถูกถามเลิกคิ้วพร้อมกับมองตาอีกฝ่ายตอบ “อาจารย์… อยากจะได้คืนขนาดนั้นเลยเหรอ?”

“ก็ไม่หรอกครับ… แต่ผมคิดว่าพี่น่าจะอยากได้คืน…”

“….” ใบหน้าหวานเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อได้ยินคำตอบนั้น ก่อนมือบางจะออกแรงที่มีอยู่น้อยนิดของตัวเองให้ร่างสูงล้มลงมานั่งข้างๆเขา

“ชิ…”

“ผมให้คืนก็ได้ครับ ถ้าอาจารย์อยากได้คืนขนาดนั้น” เด็กหนุ่มพูดพร้อมกับขยับตัวเข้ามาใกล้ร่างสูงแล้วซบหน้าลงบนบ่าของอีกฝ่าย ยูกิโอะเบิกตากว้างมองคนป่วยจอมเอาแต่ใจอย่างลังเลว่าเขาควรจะผลักอีกฝ่ายออกหรือปล่อยให้ร่างบางทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการต่อไปดี

“….”

“แต่ว่า…. อย่าเกลียดผมเลยนะ”

“….” ยูกิโอะเบิกตากว้าง นัยน์ตาคู่คมเหลือบมองแผ่นหลังของอีกฝ่ายที่ซุกหน้าอยู่บนบ่าของเขาอย่างตกใจ มือเล็กปล่อยของด้านในลงในมือเขาก่อนจะเอื้อมมากอดเขาแน่น “นี่คุณ… เมาพิษไข้ของตัวเองรึไงครับ?”

“เปล่านะ ผมยังมีสติอยู่ครบดีนั่นแหละ… ไม่สิ ชักจะไม่แน่ใจแล้วเหมือนกัน” ชิมะพูดพลางกระชับอ้อมแขนของตัวเองให้แน่นขึ้นทำเอาร่างสูงขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม แม้ความร้อนบนใบหน้าจะทำให้เขารู้ว่าเขาไม่ได้รังเกียจคนในอ้อมแขนนี้ก็เถอะ… แต่ว่า…

“ชิมะคุง…” เสียงทุ้มพูดอย่างแผ่วเบาเมื่อร่างบางไล้มือลงบนใบหน้าคม นัยน์ตาสีน้ำตาลหลุบต่ำลงที่ริมฝีปากของอีกฝ่ายแล้วโน้มหน้าลงไปจูบอย่างแผ่วเบา ยูกิโอะไหวตัวเล็กน้อย ใบหน้าคมขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำอะไรเอาแต่ใจตัวเองเกินไปแล้ว ชิมะเลิกคิ้วหน่อยๆพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงที่ไม่ยอมแม้กระทั่งเผยอริมฝีปากให้เขาได้สัมผัสถึงความอบอุ่นด้านในนั้น

“รังเกียจผมเหรอครับ?”

“ทำอะไรแบบนี้โดยที่อีกฝ่ายไม่เต็มใจนี่… แย่ที่สุดเลยนะครับ” ยูกิโอะพูดเบี่ยงประเด็น แม้จะมีคำตอบแฝงอยู่ในคำพูดประโยคนั้น

คนผมชมพูไม่ยิ้มยียวนกลับเหมือนทุกทีทำให้ร่างสูงรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย มือเล็กจับมือของอีกฝ่ายให้เลื่อนมาโอบเอวเขาพร้อมกับทาบริมฝีปากของตัวเองลงไปอีกรอบอย่างไม่คิดจะสนคำพูดเจ็บแสบที่อีกฝ่ายพูดเอาไว้เมื่อกี้

ถ้าเขามามั่วนั่งคิดวนเวียนถึงสิ่งที่ร่างสูงพูดกับเขาทุกๆประโยคละก็… เขาต้องบ้าตายก่อนแน่

“ชิมะคุง…”

“เถอะน่า… อาจารย์ ขอร้องเถอะนะ ยกโทษให้ผมเถอะ ผมผิดไปแล้ว ก็สำนึกแล้วนี่ไง เมื่อไหร่จะเลิกทำตัวเย็นชาแล้วหันมามองทางผมซักทีละ?”

“…..” นัยน์ตาสีฟ้าหลุบลงมองมือของตัวเองที่โดนร่างเล็กจับให้เลื่อนเข้าไปสัมผัสผิวเนื้อที่อยู่ด้านในของตัวเอง รู้สึกได้ถึงผิวกายที่เย็นชื้นเพราะน้ำที่ยังเปียกอยู่ทั่วร่าง “คุณ… ชอบผมขนาดนั้นเลยเหรอ?”

“….” คนถูกถามไหวตัวก่อนจะช้อนใบหน้าที่เริ่มแดงระเรื่อขึ้นมามองอีกฝ่ายด้วยสายตาเว้าวอนจนยูกิโอะได้แต่กัดฟันกรอดอยู่ในใจเมื่อเผลอคิดไปว่าคนตรงหน้าเขาน่ารัก… “อาจารย์… ยังจะต้องถามอีกงั้นเหรอ?”

“ผมไม่รู้หรอก… ก็คุณน่ะ ดูเอาแน่เอานอนไม่ได้เลยนี่?” ร่างสูงพูด ไม่ได้โอบกอดอีกฝ่ายตอบ แต่ก็ไม่ได้ผลักไหล่เล็กออกจากอ้อมแขนเหมือนกัน ชิมะหัวเราะเบาๆกับคำพูดนั้นก่อนจะทาบหน้าผากของตัวเองลงบนต้นคอของอีกฝ่าย ยูกิโอะรู้สึกถึงความร้อนจากตัวของร่างเล็กทันที

“อาจารย์… ผมยอมอยู่ข้างล่างก็ได้นะ”

“!!?” คำพูดลอยๆนั่นทำเอาร่างสูงสะดุ้ง

“เพราะงั้น… ทำกับผมเถอะนะ”

“..!!!??” เอ๊..!!!?? เอ๊….!!!!!!

 

--------------------------------------------------------------------------

ทำไมนับวันเรายิ่งทำตัวเกรียน? ฮ่าๆๆๆ /เลี่ยงฉากเรทไปเรื่อยๆ/โดนต่อย/ โอ๊ยยย งานเยอะน่ะ งานเยอะ (ข้ออ้างทั้งนั้น)

เลยทั้งวันคริสต์มาส วันเกิดของพี่น้องโอคุมุระ วันปีใหม่ คือแบบว่า… เป็นมนุษย์ที่ไม่ขึ้นอยู่กับเทศกาลอะนะคะ(ฮา)

ตอนหน้าจะเรทชิมะเคะนะคะ!(สูดลมหายใจเข้าลึกๆ) ทุกคนเอาใจช่วยด้วยละ (ฮะ?)

แต่ก่อนหน้านั้นคงต้องฝ่ามรสุมงาน คลื่นมหาสมุทรการสอบ กองการบ้านถล่ม และอะไรอีกดี… อ้อ อุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุด! ความขี้เกียจของเรานั่นเอง/โดนต่อย

และเจอกันตอนหน้านะคะ… มันอาจจะเลท หรือไม่เลท… ยังไง ไม่รู้ แต่จะพยายามเท่าที่ทำได้ละกันนะ=w=